น.ส.พรประภา จริงกิจจานุกูล
“ ตอนนั้นก็คิดว่าจะเลิก...จะไม่ทำแล้ว...ไม่ส่งแล้ว แต่มาคิดอีกทีก็คิดได้ว่า ในเมื่อสมัครไปแล้วก็อยากทำให้มันเต็มที่ ก็เลยรื้อใหม่ แล้วพยายามทำอีกที ทำอยู่หนึ่งเดือน แล้วก็ออกมาเป็นเจ้า “ หนุมาน ” หุ่นยนต์ตัวแรกในชีวิต ” บทสัมภาษณ์ของน้องแนน นักแข่งขันประดิษฐ์หุ่นยนต์เยาวชนระดับประเทศ

ช่วยแนะนำตัวหน่อยครับ
ชื่อแนนนะค่ะ น.ส.พรประภา จริงกิจจานุกูล เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรียนแผน วิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ - เทคโนโลยี โรงเรียนบดินเดชา (สิงห์ สิงหเสนี 2 )
เล่าถึงผลงานที่ผ่านมาหน่อยครับ
ถ้าเป็นในโรงเรียน แนนก็ทำกิจกรรมทั่วๆ ไปค่ะ เพราะแนนได้เป็นประธานนักเรียนด้วย แต่ถ้าส่วนตัว ช่วงม. 3 ถึงม. 5 แนนก็ได้ทำกิจกรรมในลักษณะของการแข่งขันหุ่นยนต์และการจัดตั้งชมรมคอมพิวเตอร์ มีสอนน้องๆบ้างๆ และก็เป็นตัวแทนโรงเรียนออกไปแข่งขันบ้างค่
อะไรเป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจด้านการประดิษฐ์หุ่นยนต์ของน้องแนนเหรอครับ
น่าจะเป็นการแข่งขันยุวชนหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 1 ตอนนั้นเขามาพรีเซ็นที่โรงเรียน แนนอยู่ม. 3 แล้วรู้สึกว่ามันแปลกดี ตอนแรกก็ไม่เป็นรูปเป็นร่างแต่ก็อาศัยถามอาจารย์เอาค่ะ แล้วอาจารย์ก็ให้รูปมาดูบ้างแล้วก็เริ่มจากการวางโครงสร้างเขียนแบบออกมา แต่บางครั้งทำออกมาจริงก็ไม่เหมือนในแบบหรอกค่ะ 555 บางทีก็ไม่เดินเลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเพราะอะไร ตอนนั้นก็คิดว่าจะเลิกจะไม่ทำแล้ว ไม่ส่งแล้ว แต่มาคิดอีกทีก็รู้สึกว่าในเมื่อสมัครไปแล้วก็อยากทำให้เต็มที่ ก็เลยรื้อใหม่ แล้วพยายามทำอีกที ทำอยู่หนึ่งเดือน แล้วก็ออกมาเป็นเจ้า “ หนุมาน ” หุ่นยนต์ตัวแรกในชีวิต
แข่งในระดับไหนครับ
ก็มีตั้งแต่แข่งในโรงเรียน เป็นตัวแทนโรงเรียน และก็จนถึงในระดับของประเทศค่ะ
อยากให้น้องแนนเล่าถึงความสำเร็จที่ผ่านมาหน่อยครับ
ถ้าในระดับประเทศ ก็จะมีการแข่งขันอิเล็กทรอนิคส์ที่เนคเทคจัดขึ้น เรียกว่าค่าย E-camp แนนเริ่มจากการส่งใบสมัครไปแล้วได้รับคัดเลือกให้เข้ารวมกิจกรรม เข้าไปตอนแรกก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย ตั้งใจว่าจะไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับเพื่อนๆ แต่พอจบค่าย อาจารย์และพี่ๆเขาก็คัดเลือกตัวแทนค่าย 2 คน เพื่อจะไปแข่งขันในระดับระเทศ แนนก็ได้ไปร่วมแข่งขัน ประกวดวงจรอิเล็กทรอนิคส์ และก็ได้รับรางวัลชมเชยกลับมาค่ะ
แล้วยังมีเวทีไหนที่น้องแนนรู้สึกประทับใจอีกบ้างไหมครับ
ก็จะมีที่วิทยาลัย นอร์ทกรุงเทพฯค่ะ การแข่งขันเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์อัตโนมัติจะเป็นระดับมัธยมของโรงเรียนทั่วประเทศ แนนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งกลับมาค่ะ
ระหว่างการพูดคุยกับน้องแนน เราก็นั่งเปิดแฟ้มประกาศนียบัตรของน้องแนนไปด้วย อยากจะบอกกับเพื่อนๆ ว่ามีเยอะมากๆ เลยครับ
ผลงานชิ้นไหนที่ประทับใจมากที่สุด

หนุมานเลยค่ะ เพราะถ้าไม่มีเจ้าหนุมานก็จะไม่มีหุ่นยนต์ตัวอื่นเกิดขึ้น เพราะเป็นการแข่งครั้งแรกเลย โจทย์ในครั้งนั้นก็คือให้ประดิษฐ์หุ่นยนต์ชักขะเย่อ ตอนแรกจะทำยังไงก็ยังไม่รู้ ปกติเล่นชักขะเย่อเราก็จะดึงถอยหลังใช่ไหมค่ะ แล้วจะสร้างให้มันดึงถอยหลังจะทำยังไงก็ทำไม่เป็น สุดท้ายก็เลยตัดสินใจทำหุ่นยนต์เดินหน้าแล้วกลับหลังให้มัน เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ก็เลยทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินหน้าอย่างเดียว แต่หลักการก็คือชักขะเย่อต้องใช้แรงเยอะๆ แล้วก็แรงฝืดต้านที่ขา ประเด็นมันก็มีอยู่แค่นี้คือให้มันเดินไปด้านใดด้านหนึ่ง แล้วให้มันมีแรงฝืดเยอะๆ พอไปแข่งก็ได้รางวัลกลับมา คือรางวัลชมเชยด้านแมคคานิก แมคคานิกก็คือด้านกลไก หลังจากนั้นก็เลยทำให้มีความสนใจด้านนี้มากขึ้น เพราะฉะนั้นเจ้าหนุมานก็เลยกลายเป็นหุ่นยนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แนนค่ะ
แล้วน้องแนนศึกษากลไกหุ่นยนต์จากที่ไหนล่ะครับ
ส่วนใหญ่แนนจะใช้การศึกษาจากหุ่นที่รุ่นพี่ทำไว้ค่ะ ทั้งรุ่นพี่ในโรงเรียนและก็รุ่นพี่ระดับมหาวิทยาลัยที่รู้จักกัน หรือไม่ก็ปรึกษากับอาจารย์ และก็ดูในเว็บพวกชมรมหุ่นยนต์ แล้วแรกๆก็เลียนแบบค่ะ 555 บางตัวแนนก็นั่งทำเป็นเดือนเลย
อย่างที่บอกว่าน้องแนนเคยท้อ ใครเป็นคนที่ทำให้มีแรงสู้อีกครั้งล่ะครับ
อ๋อคุณพ่อค่ะ ตอนนั้นพ่อก็ถามแนนว่า “ ทำไม ”? คำเดียวเลย แล้วแนนก็ไม่มีคำตอบให้ ก็เลยกลับมานั่งคิดว่าแล้วมันทำไม คือพ่อไม่ได้ดุนะค่ะ แต่ก็ทำให้เราคิดได้ว่าทำไมเราถึงจะไม่ทำแล้ว ก็เลยคิดได้ว่าน่าจะทำให้ดีที่สุดก็เลยทำต่อ แล้วตอนนั้นคุณพ่อก็เขามาช่วยด้วย กลายเป็นอาสาสมัครในการเลื่อยไม้ไปเลยค่ะ
ในฐานะที่น้องแนนเป็นเยาวชนที่เรียกว่าใช้เวลาอยู่กับเทคโนโลยีอย่างมาก อยากให้แนะนำเพื่อนๆหน่อยนะครับว่า เราจะรู้เท่าทันเจ้าระบบเทคโนโลยีปัจจุบันกันอย่างไร
คือต้องมองว่าเทคโนโลยีหรือแม้แต่อินเตอร์เน็ตที่เราใช้อยู่ทุกวันเนี่ยมันมีทั้งข้อดีแล้วก็ข้อเสียสำหรับเรา และยิ่งถ้าเราใช้เวลากับมันทั้งวันเนี่ย เราก็จะทำอย่างอื่นได้น้อยลง แน่นอนว่าในชีวิตเรายังมีอย่างอื่นอีกเยอะที่สำคัญ หรือแม้แต่เวลาที่จะพบปะเพื่อนๆ อยู่กับครอบครัว เล่นกีฬา หรือยิ่งถ้าเป็นเวลาที่ใกล้จะสอบ เราก็ต้องมุ่งมั่นกับมันเพราะฉะนั้นเราก็ต้องรู้จักควบคุมหากเราใช้เวลากับมันมากไปก็ควรที่จะพยายามค่อยๆ ลดลง แนนมองว่าโอเคบางที่มันก็เป็นการผ่อนคลายบ้าง แต่มันก็สำคัญว่าเราจะควบคุมมันได้ยังไง ทำอย่างไรให้มันเกิดผลดีกับเรา ถ้ารู้ว่าไม่ดีแล้วก็อย่าไปทำ
ครอบครัวมีส่วนในการดูแลเรื่องการเรียนของน้องแนนบ้างไหมครับ
ครอบครัวแนนไม่ได้กำหนดเรื่องการเรียนของแนนมากนัก เพราะส่วนใหญ่แนนก็จะต้องทำกิจกรรมอยู่เสมอ แต่ที่บ้านก็จะคอยให้คำปรึกษาว่า ถ้าแนนทำกิจกรรมเยอะก็ควรหาเวลาว่างในการทบทวนเรื่องเรียน แล้วแนนก็จะพยายามรักษาเกรดไว้ในระดับหนึ่ง ที่สัญญากับคุณพ่อคุณแม่ไว้ด้วย ส่วนใหญ่คุณพ่อกับคุณแม่จะช่วยในเรื่องของกำลังใจมากกว่าค่ะ...
สุดท้ายนี้น้องแนนยังแอบฝากเอาไว้ถึงเพื่อนๆ ด้วยว่า... “ อยากให้เพื่อนๆ หันมาทำกิจกรรมกันเยอะๆนะค่ะ เพราะนอกจากจะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ยังช่วยทำให้เราค้นพบทักษะดีๆ ของตัวเองได้ด้วย ”


